ยกทัพบิ๊กไบค์ตัวแรงให้ลอง ในกิจกรรม ‘BMW Motorrad Track Experience 2016’

BMW Motorrad Track Experience

ยกทัพบิ๊กไบค์ตัวแรงให้ลองในกิจกรรม

‘BMW Motorrad Track Experience 2016’

>>> นับเป็นกิจกรรมใหญ่ที่สุด ที่ทางบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยขนทัพบิ๊กไบค์หลากสายพันธุ์มาให้ลูกค้าและสื่อมวลชนได้ควบตัวแรงลงสนามแข่งระดับอินเตอร์ กับกิจกรรม ‘BMW Motorrad Track Experience 2016’  บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นำรถมอเตอร์ไซค์สายสปอร์ตและโรดสเตอร์ทั้ง 7 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R,  บีเอ็มดับเบิลยู F 800 GT , บีเอ็มดับเบิลยู R nineT, บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 R, บีเอ็มดับเบิลยู  S 1000 R, บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ให้สื่อมวลชนและลูกค้าร่วมสัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยม ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ 

BMW Motorrad Track Experience

BMW Motorrad Track Experience

>>>  มาร์คุส เกลเซอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้ทดสอบสมรรถนะรถมอเตอร์ไซค์ของ BMW Motorrad ในเซ็กเมนต์สปอร์ตและโรดสเตอร์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ในสนามที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงสมรรถนะและเทคโนโลยีของ BMW Motorrad ที่เหนือระดับ พร้อมสร้างเสริมความรู้เรื่องวิธีการขับขี่อย่างปลอดภัยโดยครูฝึกที่ได้รับการรองรับในระดับสากล” สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นการทดสอบรถครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของ BMW Motorrad ประเทศไทย ที่มีรถให้ทดสอบทั้งสิ้นถึง 33 คัน โดยในกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับการดูแลจากทีมครูฝึกที่นำโดย สเตฟาน ชิมฟ์ หัวหน้าครูฝึกสอน ที่ได้รับการรองรับในระดับสากลจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศเยอรมนี และ คุณปฏิมา กองเพชร รองหัวหน้าครูฝึกที่ได้รับการรองรับในระดับสากลจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศเยอรมนีเช่นเดียวกัน

BMW Motorrad Track Experience

>>> สำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สองสูบ 4 วาล์ว แบบหล่อเย็นด้วยน้ำความจุ 798 ซีซี มอบกำลังสูงสุดถึง 90 แรงม้า (66 กิโลวัตต์) ที่ 8,000 รอบต่อ พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 86 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที สำหรับสองสูบคู่ขนานมอบความสามารถในการเร่งเครื่องขณะที่ยังคงแรงขับที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ยังสามารถตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างฉับไวและมีอัตราการประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยม บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R มาพร้อมฟีเจอร์มาตรฐาน ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และยังมีระบบรองรับแรงกระแทก ได้แก่ โช้คกลับหัวซึ่งจะรองรับแรงกระแทกบริเวณล้อหน้า ขณะที่ดิสก์เบรกคู่แบบไฮดรอลิกพร้อม radial brake คาลิเปอร์  ช่วยป้องกันการสูญเสียแรงเบรก รวมถึงเบาะที่นั่งซึ่งปรับระดับต่ำลง  แฮนด์บังคับแบบใหม่ และที่วางขาซึ่งช่วยตอบสนองต่อสรีระของขับขี่ได้เป็นอย่างดี

BMW Motorrad Track Experience

>>>  และบีเอ็มดับเบิลยู F 800 GT เป็นบิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่งรุ่นเล็กของบีเอ็มดับเบิลยู ที่มาพร้อมสมรรถนะและขุมพลังที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แบบ 2 สูบ 4 จังหวะ โดยมี 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ความจุ 798 ซีซี ให้กำลังแรงม้าถึง 90 แรงม้า และมีอัตราการบิดอยู่ที่ 86 นิวตันเมตร บีเอ็มดับเบิลยู F 800 GT  มีอัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1 โดยมาพร้อมคลัทช์แบบ Multiple disc กับระบบเกียร์ 6 สปีด และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) มาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

BMW Motorrad Track Experience

>>>  บีเอ็มดับเบิลยู R nineT เป็นบิ๊กไบค์โรดสเตอร์ บีเอ็มดับเบิลยู R nineT มาพร้อมรูปโฉมอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการออกแบบที่    ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโมเดลระดับคลาสสิกของค่ายอย่างบีเอ็มดับเบิลยู R 32 เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 90 ปี ของรถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูอันมีชื่อเสียงระดับโลก บีเอ็มดับเบิลยู R nineT มาพร้อมถังน้ำมันลายอลูมิเนียมปัดเงาจากโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู และเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ 2 สูบเรียง เพลาราวลิ้นคู่ ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ขนาดเครื่องยนต์ความจุ 1,170 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 81 กิโลวัตต์หรือ 110 แรงม้า ที่ 7,550 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงถึง 119 นิวตัน-เมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที อัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1 สั่งจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งยังมีระบบคลัทช์แบบ Single dry plate สั่งงานด้วยไฮดรอลิค เกียร์ 6 สปีด ขับเคลื่อนด้วยเพลาขับ 

BMW Motorrad Track Experience

>>>  สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู R 1200 R เป็นส่วนผสมที่กลมกลืนของสมรรถนะเฉียบคมฉับไวของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์กับการออกแบบร่วมสมัยแบบโรดสเตอร์พันธุ์แท้ ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์แบบคอมแพค ดุดันและ ปราดเปรียว สืบทอดตำนานอันเกรียงไกรของมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์บีเอ็มดับเบิลยู ด้วยขุมกำลังแฟลต-ทวินหรือบ็อกเซอร์ มอบกำลัง 125 แรงม้า (92 กิโลวัตต์) ที่ 7,750 รอบต่อนาทีและแรงบิดสูงสุดที่ 92 ปอนด์-ฟุต (125 นิวตันเมตร) ที่ 6,500 รอบต่อนาทีโช๊คหน้าเทเลสโคปิกชนิดกลับหัวเคลือบผิวสีทองทำงานเพื่อเสริมการตอบสนองที่รวดเร็วคล่องตัว ในทุกช่วงความเร็วของการขับขี่ และแม้บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 R จะมีความเป็นต้นฉบับตามแบบโรดสเตอร์พันธุ์แท้ แต่ยังคงไว้ซึ่งเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ทั้ง Dynamic ESA ช่วยให้ผู้ขี่สัมผัสการขับขี่ที่สะดวกสบายปลอดภัยแต่คงสมรรถนะยอดเยี่ยม,  ระบบควบคุมการเกาะถนนแบบไดนามิก (Dynamic Traction Control: DTC)  และโหมดขับขี่แบบโปร (Riding Mode Pro) 

BMW Motorrad Track Experience

>>>  บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด รุดหน้าต่อยอดความสำเร็จของมอเตอร์ไซค์ในตระกูล Roadster ด้วยบิ๊กไบค์ S 1000 R ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน อัตราส่วนกำลังอัด 12.0:1 และระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 118 กิโลวัตต์ (160 แรงม้า) ที่ 11,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 112 นิวตัน-เมตร ที่ 9,250 รอบต่อนาที จึงทำให้บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม สำหรับรุ่นมาตรฐานในประเทศไทย ให้โหมดขับขี่เป็นแบบโปร พร้อมเทคโนโลยีระบบ Dynamic traction-Control (DTC), และ Dynamic Damping Control (DDC) ที่ช่วยปรับการทำงานของช่วงล่างในเหมาะสมกับการขับขี่ โดยทุกระบบสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

BMW Motorrad Track Experience

>>>  บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างรถแนวแอดเวนเจอร์และมอเตอร์ไซค์สปอร์ตอย่างแท้จริง โดยผสานคุณภาพการขับขี่แบบแอดเวนเจอร์และสมรรถนะแข็งแกร่งสไตล์สปอร์ตเข้าด้วยกัน เพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียงรุ่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R โรดสเตอร์ มอบกำลังสูงสุด 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) ที่ 11,000 รอบต่อนาที โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 112 นิวตันเมตร ที่ 9,250 รอบต่อนาที นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR ยังมีโหมดการขับขี่แบบ Riding Mode Pro รวมถึงระบบควบคุมการเกาะถนนแบบไดนามิก (DTC) มอบความปลอดภัยขณะขับขี่ระดับสูง และระบบ Dynamic ESA (Electronic Suspension Adjustment) หรือ การปรับค่าสปริงหรือความหนืดของโช๊คด้วยระบบไฟฟ้า สามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกสภาวะการขับขี่ พร้อม Gear Shift Assistant Pro ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ได้ทั้งขึ้นและลงโดยไม่ต้องใช้คลัทช์

BMW Motorrad Track Experience

>>> รถคันที่เป็นพระเอกในงานนี้เป็นบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ยังคงเป็นที่สุดของบิ๊กไบค์สายพันธุ์ซูเปอร์สปอร์ต ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ขนาดเครื่องยนต์ความจุ 999 ซีซี อัตราส่วนกำลังอัด 13.0:1 ให้กำลังสูงสุด 146 กิโลวัตต์ (199 แรงม้า) ที่ 13,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงถึง 113 นิวตัน-เมตร ที่ 10,500 รอบต่อนาที ด้วยระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบไฟฟ้าบิ๊กไบค์รุ่นนี้มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวในหลากหลายเฉดสี ไม่ว่าจะเป็นสีดำ Black Storm Metallic หรือ  สี Two-Tone ที่ผสานความปราดเปรียวของสีแดง Racing Red เข้ากับสีขาว Light White และชุดสี Tricolor ที่ประกอบด้วย Light White, Lupin Blue Metallic และ Racing Red สำหรับรุ่นมาตรฐานในประเทศไทย ให้โหมดขับขี่เป็นแบบโปร ซึ่งมีทั้งโหมด Rain, Sport, Race, Slick และ User พร้อมเทคโนโลยีระบบ Dynamic traction-Control (DTC), Gear Shift Assist Pro และ Dynamic Damping Control (DDC) ที่ช่วยปรับการทำงานของช่วงล่างในเหมาะสมกับการขับขี่ โดยทุกระบบสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

BMW Motorrad Track Experience


19/09/59 เรื่อง สุพัฒน์ นาคฤทธิ์ ภาพ นรินทร โชติภิรมย์กุล

ลองขี่ TestRide

Visitors: 1,492,013